สมัครสมาชิก แทงบอลออนไลน์

---หรือ---

 

ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามอง โดยบรรดาแฟนบอลร่วมแสดงความคิดเห็นในโซเชียล มีเดีย ชี้ว่าเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมหากท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ได้ลงแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศในสนามเวมบลีย์

“ไก่เดือยทอง” ผ่านเข้ารอบตัดเชือกหลังคว้าชัยชนะเหนือสวอนซี ซิตี้แบบสบายเท้า 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ในฤดูกาลนี้ สเปอร์ส ใช้เวมบลีย์เป็นรังเหย้า ขณะที่กำลังรอการก่อสร้างสนามใหม่ให้เสร็จสิ้น

ก่อนมีการบังคับใช้เป็นสังเวียนแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ และ รอบชิงชนะเลิศ สมาคมฟุตบอลได้ใช้สนามกลางทั้งโอลด์ แทรฟฟอร์ด และ วิลล่า ปาร์คสำหรับจัดการแข่งขัน ซึ่งหากแมนฯ ยูไนเต็ดผ่านมาถึงรอบสี่ทีมสุดท้าย พวกเขาก็จะไม่ได้เล่นในบ้านตัวเอง

ด้วยเหตุผลนี้ แฟนบอลต้องการให้สมาคมฟุตบอลบังคับใช้เรื่องดังกล่าวกับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เพราะอาจทำให้ไก่เดือยทองได้เปรียบคู่แข่งไม่ว่าจะเจอกับทีมไหนในรอบต่อไป

“เอฟเอควรจัดการว่ารอบรองชนะเลิศที่ท็อตแน่มมีส่วนรวม ควรจัดในสนามที่ไม่ใช่เวมบลีย์ ฟุตบอลเอฟเอ คัพปี 2018 อาจเป็นมีทีมที่ได้แชมป์โดยกุมความได้เปรียบในการเล่นในบ้าน” @BestiesBoots7

“@FA สเปอร์สจะได้เตะในบ้านไหมกับรอบรองชนะเลิศหรือว่าใช้สนามกลาง โปรดอย่าทำให้เอฟเอ คัพเสื่อมคุณค่าโดยปล่อยให้พวกเขาได้เล่นที่เวมบลีย์” @GazMan16

“@fa รอบรองชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอ คัพ มีสองทีมที่ได้เล่นในสนามกลาง และมีอีกหนึ่งทีมจะต้องบุกไปเยือนสเปอร์ส” @johnny_fingers5

“สวัสดี @FA ผมทวีตหาด้วยความกังวลใจในฐานะแฟนบอลคนหนึ่ง มันไม่แฟร์ที่จะมีทีมกุมความได้เปรียบด้วยการเล่นในบ้านกับรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ ผมขอแนะนำให้สเปอร์สเล่นรอบตัดเชือกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด หรือ มิลเลนเนียม สเตเดี้ยม” @shivamLM

ที่มา : Soccersuck

มีนาคม 18th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

Leave a Comment

 

แยน แฟร์ทองเก้น ปราการหลังท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ มองว่าพวกเขากุมความได้เปรียบในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์ เหตุเพราะสังเวียนแห่งนี้คือรังเหย้าของ “ไก่เดือยทอง” ในฤดูกาลนี้

สเปอร์สทะลุเข้ารอบตัดเชือกรายการแข่งขันฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดของโลกได้สำเร็จ โดยบุกไปถล่มสวอนซี ซิตี้ 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้การแข่งขันในรอบรองชนะเลิศจะเตะที่สนามเวมบลีย์ โดยซีซั่นนี้ถือเป็นบ้านชั่วคราวของท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

“แน่นอนว่ามันช่วยพวกเราเพราะเราเล่นกันได้ดีที่สนามแห่งนั้น”

“เราเคยเอาชนะทีมใหญ่ ๆ และมีเกมที่ดีมาก ๆ นอกเหนือจากช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลที่อาจจะลำบากนิดหน่อย”

“เกมกับยูเวนตุสไม่สู้ดีนัก แต่เวมบลีย์เหมาะสมกับเรา เรามีฤดูกาลที่ดีในสนามแห่งนี้ เรารู้สึกเหมือนได้เล่นในบ้านจริง ๆ”

ที่มา : Soccersuck

มีนาคม 18th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

Leave a Comment

 

การจับฉลากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบก่อนรองชนะเลิศเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาได้ผลลัพท์ที่ชัดเจนหนึ่งอย่าง นั่นก็คือจะมีทีมจากอังกฤษผ่านเข้ารอบตัดเชือกแน่นอนหลัง“เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ต้องมาเจอกับ“หงส์แดง”ลิเวอร์พูล

ทั้งคู่คือตัวแทนจากพรีเมียร์ ลีกที่เหลือรอดในรายการนี้ พวกเขาต่างเป็นทีมที่เล่นเกมรุกและในการพบกันภายในประเทศก็ยิงกันถล่มทลายถึง 12 ประตูจาก 180 นาที

การจับฉลากมาเจอกันในแชมเปี้ยนส์ ลีกทำให้พวกเขามีโอกาสได้แข่งขันกันอีกครั้งและสำหรับแฟนบอลทั่วไปแล้ว นี่คือเกมที่น่าตื่นเต้นอย่างไม่ต้องสงสัย

การคุมทีมเชลซีสมัยแรกของโจเซ่ มูรินโญ่ได้สร้างช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมและมักพบกับลิเวอร์พูลบ่อยครั้งในฟุตบอลยุโรปจนกลายเป็นที่จับจ้องของแฟนบอล

เกมมีครบทุกรสชาติทั้งดราม่า,การทำประตูและความขัดแย้ง ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีเรื่องราวระหว่างทั้ง 2 ทีมที่ต่างไม่ชื่นชอบซึ่งกันและกันและทำให้เกมเร้าใจมากยิ่งขึ้นไปอีก มันกลายมาเป็นเกมฉบับย่อของการพบกันระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและอาร์เซน่อลในช่วงต้นทศวรรษนี้

ทว่าสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกันในปี 2018 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ดูห่างจากลิเวอร์พูลทั้งในเชิงของคะแนนบนตารางและความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะแต่เยอร์เก้น คล็อปป์มีสไตล์การเล่นเกมรุกที่จะกดดันแนวรับของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้อย่างมีนัยสำคัญ

มันไม่ได้เป็นเช่นนี้ในตอนที่พวกเขายังคุมทีมในเยอรมัน อย่างไรก็ตามมันรู้สึกได้เลยว่าแนวรับของซิตี้ไม่ได้แข็งแกร่งไร้ที่ติแม้ว่าจะพัฒนาขึ้นมากจากฤดูกาล 2016/17 ก็ตาม

การผ่านเข้ารอบตัดเชือกแชมเปี้ยนส์ ลีกจะถือเป็นความสำเร็จของทั้ง 2 สโมสรแม้ว่าซิตี้จะหวังไปไกลถึงนัดชิงชนะเลิศ

แน่นอนว่าลิเวอร์พูลไม่ได้คาดว่าจะมาไกลขนาดนี้แต่หลังจากเป็นทีมเดียวในลีกที่เอาชนะทีมจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีกได้ในฤดูกาลนี้ พวกเขาคงมีความมั่นใจก่อนเกมนัดแรกที่แอนฟิลด์ในวันที่ 4 เมษายน

สำหรับบรรดาทีมอื่นที่ยังเหลือรอดในแชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาก็คงไม่ผิดหวังที่เห็น 2 ทีมจากอังกฤษต้องมาเจอกันเอง แน่นอนว่าจะมีทีมหนึ่งตกรอบและคงไม่มีใครอยากมาเจอแนวรุกของลิเวอร์พูล

ความปราชัยต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดส่งผลกระทบต่อความหวังการจบเป็นรองแชมป์ของลิเวอร์พูล ประกอบกับซิตี้ที่น่าจะคว้าแชมป์ลีกแบบนอนมาทำให้โค้ชของทั้ง 2 ทีมอาจพักนักเตะในลีกเพื่อลุยฟุตบอลยุโรปทั้ง 2 เกม

ลิเวอร์พูลจะเจอกับเอฟเวอร์ตันคั่นกลางเกมยุโรป ขณะที่ซิตี้ต้องต้อนรับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เอติฮัด สเตเดี้ยมซึ่งเป็นเกมที่พวกเขาอาจชูถ้วยแชมป์ได้สมใจ

ในทางตรงกันข้าม โมเมนตัมจากเกมลีกอาจมีส่วนช่วยในเกมยุโรปได้ ทั้ง 2 ทีมกำลังเล่นได้ดีและมาพบกันในฟุตบอลรายการใหญ่ที่สุดทำให้มันน่าสนใจอย่างมาก

ทีมจากอังกฤษมักมีปัญหาในฟุตบอลยุโรปตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมาแม้ว่าฤดูกาลนี้จะดูดีมากจนกระทั่งท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์,เชลซีและแมนเชสเตอร์ต่างตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ท็อตแน่มโชคร้ายแต่พวกเขาจะได้ประสบการณ์จากความผิดหวังนั้น ส่วนเชลซีก็เจอลิโอเนล เมสซี่แผลงฤทธิ์และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็เพลี้ยงพล้ำต่อเซบีญ่า

เช่นเดียวกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราก็คงคาดหวังว่าทั้ง 3 ทีมจะกลับมาในฤดูกาลหน้าและไปได้ไกลกว่าเดิมสำหรับการแข่งขันรายการนี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้และลิเวอร์พูลมีศักยภาพที่จะแสดงให้เห็นถึงความน่าดูชมของพรีเมียร์ ลีก การเล่นเกมรุกแบบดุดันของทั้ง 2 ทีมไม่ใช่สิ่งที่คุณจะเห็นได้บ่อยในแชมเปี้ยนส์ ลีกที่เต็มไปด้วยแท็คติค

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการพบกันของ 2 ทีมจากชาติเดียวกันถึงน่าตื่นเต้น ความแตกต่างเรื่องแท็คติคสำหรับฟุตบอลยุโรปไม่ต้องพูดถึง ความเป็นกังวลเรื่องประตูทีมเยือนอาจไม่ได้มีบทบาทเพราะทั้ง 2 ทีมจะรู้สึกว่าเหมือนเล่นเกมภายในประเทศ

นั่นอาจเป็นแนวทางที่ง่ายสำหรับการมองสิ่งต่างๆแต่การพบกันของพวกเขาดูเหมือนเกมพรีเมียร์ ลีกมากกว่าการเจอกันในฟุตบอลยุโรป

ที่มา : Soccersuck

มีนาคม 18th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

Leave a Comment

ปรีวิวฟุตบอล เอฟเอคัพ อังกฤษ (รอบก่อนรองชนะเลิศ)

วันอาทิตย์ 18 มีนาคม 2561

เลสเตอร์ – เชลซี
Leicester – Chelsea

ถ่ายทอดสด : ช่อง 7 , เวลา : 23.30 น.

 

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

โคล้ด ปูแอล กุนซือเลสเตอร์ พาทีมเข้ารอบนี้ หลังเบียดชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-0 ก่อนถล่มเวสต์บรอมวิช 4-1 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 4 เกมแล้ว

 

สภาพทีมเกมนี้ ปูแอลยังไม่มี แดเนียล อามาร์ตีย์ ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่าเหมือนเดิม ส่วนแกนหลักรายอื่นๆ พร้อมช่วยทีมทั้งหมด

 

อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์เชลซี พาทีมเข้ารอบนี้ หลังถล่มฮัลล์ ซิตี้ 4-0 ก่อนแพ้ บาร์เซโลน่า 0-3 ในเกมยุโรปล่าสุด เป็นการแพ้นัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม

 

สภาพทีมเกมนี้ คอนเต้ยังไม่มี ดาวิด ลุยซ์ (เข่า) และ รอสส์ บาร์คลี่ย์ (เอ็นหลังหัวเข่า) ยังชวดเหมือนเดิม แต่ก็ไม่มีผลอะไร เพราะเป็นแค่สำรองอยู่แล้ว

 

นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรเพิ่ม แต่อาจมีการปรับทัพพอสมควร เพื่อเปิดโอกาสให้พวกแข้งสำรองบางรายได้ลงโชว์ฝีเท้าบ้างเหมือนในรอบที่ผ่านมา

 

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

เลสเตอร์ (4-4-1-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – แดนนี่ ซิมพ์สัน, เวส มอร์แกน, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, เบน ชิลล์เวลล์ – เดมาไร เกรย์, บิเซนเต้ อิบอร์ร่า, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, ริยาด
มาห์เรซ – ชินจิ โอกาซากิ – เจมี่ วาร์ดี้
ผู้จัดการทีม : โคล้ด ปูแอล

 

เชลซี (3-4-2-1) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – อันโตนิโอ รือดิเกอร์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, แกรี่ เคฮิลล์ – ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า, แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์, เชส ฟาเบรกาส, เอเมอร์สัน
พัลมิเอรี่ – วิลเลี่ยน, เปโดร โรดริเกซ – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
ผู้จัดการทีม : อันโตนิโอ คอนเต้

ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน

 

เกร็ดก่อนเกม

– 3 ครั้งหลังสุดที่เจอกันในเอฟเอ คัพ เชลซีเอาชนะเลสเตอร์ได้หมด และเดินหน้าต่อจนคว้าแชมป์ได้สำเร็จ (1997, 2000 และ 2012)

– มีประตูรวม 2.5 ประตูขึ้นใน 9 นัดหลังสุดที่เลสเตอร์เล่นในบ้านพบเชลซี

– เลสเตอร์ ในเอฟเอ คัพ 3 นัดติดต่อกัน

– มีประตูรวมต่ำกว่า 2.5 ประตูใน 5 จาก 6 นัดหลังสุดของเลสเตอร์ในเอฟเอ คัพ

– เชลซียิงได้อย่างน้อย 2 ประตูใน 6 จาก 7 นัดหลังสุดที่มาเยือนเลสเตอร์จากทุกรายการ

– เลสเตอร์ไม่แพ้ใครในบ้านนับตั้งแต่ขึ้นปี 2018 เป็นต้นมา

– เชลซีไม่แพ้เลสเตอร์ ซิตี้ ใน 6 นัดหลังสุดจากทุกรายการ

ที่มา : [Siamsport]

มีนาคม 18th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

Leave a Comment

 

เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล บอกว่า เอ็มเร่ ชาน มีอาการบาดเจ็บที่หลังแต่ไม่ได้หนักอะไร

มิดฟลิด์ทีมชาติเยอรมนีลงสนามเป็นตัวจริงในเกมที่ “หงส์แดง” เปิดบ้านไล่ตบวัตฟอร์ด 5-0 จากการเหมายิง 4 ประตูของโม ซาลาห์ และอีกลูกของโรแบร์โต้ ฟิร์เมียโน่

อย่างไรก็ตามเขาอยู่ในสนามได้เพียง 27 นาทีก่อนเดินย่องกุมหลังเข้าห้องแต่งตัว และเป็นเจมส์ มิลเนอร์ลงไปแทน

หลังเกมคล็อปป์ออกมาพูดถึงอาการของลูกทีมว่า “เขาเจ็บที่หลัง เขาไม่คิด และผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นอาการที่หนักอะไร แต่มันจะหยักแน่ถ้าฝืนเล่นต่อ”

“เขามีปัญหานี้มาเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราอนุญาตให้เขาพักพิเศษ 1 วันเพื่อได้ฟื้นตัว แต่เขาคิดว่ามันจะเวิร์คเลยซ้อมตามปกติเมื่อวานนี้”

“มันเกิดขึ้นจากจังหวะโหม่งและอาจจะเพราะอุณหภูมิในกล้ามเนื้อ มันเป็นเรื่ องของกล้ามเนื้่อนั่นแหละ แต่มันไม่ควรที่จะร้ายแรงอะไรและเขาจะไปอยู่และรักษากับทีมชาติ(เยอรมนี)ด้วยนะคิดว่า โปรแกรมเตะของพวกเขาไม่ใช่พรุ่งนี้ เดี๋ยวเราก็ทราบอาการเพิ่มเติม แต่มันไม่ควรจะเป็นปัญหาอะไร”

เกมนี้อดัม ลัลลาน่า ไม่มีชื่อในทีม ซึ่งคล็อปป์เผยว่า “ถ้าวันนี้เป็นเกมสุดท้ายของฤดูกาลอดัมน่าจะได้ลงสนาม”

“แต่มันไม่ใช่ไง เพราะงั้นเราเลยให้เขาพักเพื่อให้ฟิตยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องมานั่งข้างสนามหรือลงเป็นตัวจริง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะพอใจหรอก”

“ผมคุยกับแกเร็ธ เซาธ์เกตและตัวอดัมเอง ว่าชัดเจนที่อดัมต้องฟิต 100 เปอร์เซนต์ในแคมป์ทีมชาติ” เขากล่าว

ที่มา : Soccersuck

มีนาคม 18th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

Leave a Comment

 

101 เกรทโกลส์ สื่อแวดวงลูกหนัง เอาภาพที่อ้างว่าเป็นชุดเยือนตัวใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาโชว์ โดยมันเป็นสีชมพูที่คล้ายกับอันที่โผล่ในโลกออนไลน์เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่อันนี้ใช้สีไม่เข้มเท่า

101 เกรทโกลส์ สื่อวงการฟุตบอล เปิดเผยภาพที่อ้างว่าเป็นชุดเยือนตัวใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สำหรับการลงเล่นในฤดูกาลหน้า โดยที่เน้นสีชมพูแทบทั้งชุด

สำหรับตราสโมสรและโลโก้ของ อาดิสดาส นั้น จะใช้สีดำเพื่อให้มันดูโดดเด่นเป็นสง่า ขณะที่ตรงไหล่ก็มีการใส่เส้นสีดำเข้าไปด้วย ส่วนสปอนเซอร์ตรงหน้าอกเสื้อก็ยังเป็นตรา เชฟโรเล็ต สีทองอร่ามเหมือนเดิม

ทั้งนี้ ภาพที่ 101 เกรทโกลส์ เอามาเผยแพร่ในครั้งนี้มันคล้ายคลึงกับที่ ฟุตตี้ เฮดไลน์ส เว็บไซต์ข่าวสารเรื่องผลิตภัณฑ์ของวงการฟุตบอลเอามาโชว์เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพียงแต่ภาพชุดล่าสุดของ 101 เกรทโกลส์ มันดูใช้สีชมพูที่ไม่เข้มเท่าอันของ ฟุตตี้ เฮดไลน์ส

ที่มา : Siamsport

มีนาคม 18th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

Leave a Comment

 

ติโบต์ กูร์กตัวส์ มือกาว เชลซี ระบุ ยังคงมุ่งมั่นอยู่กับทีมเต็มเปี่ยมเหมือนเดิม ต่อให้จะมีข่าวลือเรื่องย้ายทีมก็ตาม พร้อมชี้ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะคุยเรื่องสัญญาฉบับใหม่กัน

กูร์กตัวส์ จะหมดสัญญากับทีมหลังจบฤดูกาลหน้า และจนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่มีการต่อสัญญากันเลย ทำให้อนาคตของเขาเป็นที่พูดถึงอย่างหนัก ขณะที่ เรอัล ก็กำลังต้องการนายด่านฝีมือดีไปร่วมทัพเพื่อทำให้ทีมแกร่งขึ้น หลังจากฤดูกาลนี้ “ราชันชุดขาว” ฟอร์มไม่ดีเท่าไหร่ในลีกทั้งที่ซีซั่นก่อนคว้าแชมป์ลีกมาครองได้

มือกาวชาวเบลเยียมให้สัมภาษณ์กับ ลอนดอน อีฟนิ่ง สแตนดาร์ด สื่อท้องถิ่นของเมืองผู้ดีว่า “ผมมุ่งมั่นกับการเล่นให้ เชลซี ผมมีสัญญากับทีมจนถึงปีหน้า และจะอยู่ที่นี่ต่อไป ผมจะทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อมัน (สัญญาฉบับใหม่) จริงอยู่ว่าตอนนี้มันยังไม่มีการต่อสัญญากัน แต่ผมไม่คิดว่าตอนนี้มันเป็นเวลาที่ดีที่จะทำเรื่องนั้น (เซ็นสัญญาฉบับใหม่) ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องดีกว่าที่จะรอจนกว่าจะจบฤดูกาลนี้ สิ่งเดียวที่ผมพูดได้ก็คือผมมุ่งมั่นกับการเล่นให้ เชลซี และฤดูกาลหน้าผมก็จะยังมุ่งมั่นกับการเล่นให้ทีมเหมือนเดิม”

“ผมไม่มีอะไรที่จะพูดนอกเหนือไปจากนี้ มันเป็นเรื่องง่ายที่คนอื่นๆ จะพูดบางอย่างเมื่อคุณเหลือสัญญาแค่ 1 ปี ซึ่งผมก็หงุดหงิดกับเรื่องนี้นิดๆ เพราะมันกลายเป็นประเด็นที่คนพูดถึงกัน และผู้คนก็คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะมาก แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ควรให้ความสำคัญในตอนนี้คือการเก็บชัยชนะในลีกให้ได้เพื่อที่จะติดท็อปโฟร์, กลับไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า และผ่านเข้ารอบต่อไปใน เอฟเอ คัพ ให้ได้ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นสิ่งที่เราต้องทำให้ได้ทั้งในฐานะกลุ่ม และในฐานะตัวผมเอง” กูร์กตัวส์ ระบุ

ที่มา : Siamsort

มีนาคม 18th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

Leave a Comment

ฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบก่อนรองชนะเลิศ

วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม 2561

แมนฯ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก) 2 – 0 ไบรท์ตัน (พรีเมียร์ลีก)
Manchester United (English Premier League) 2 – 0 Brighton (Premier League)

 

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

แมนฯ ยูไนเต็ดของ โชเซ่ มูรินโญ่ พาทีมเข้ารอบนี้ หลังบุกไปชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 2-0 ก่อนแพ้เซบีย่า 1-2 ในเกมยุโรปล่าสุด เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 6 เกม ขณะที่ ไบรท์ตัน ผ่านโคเวนทรีเข้ารอบนี้มาได้ ส่วนเกมล่าสุดในลีกบุกไปพ่ายเอฟเวอร์ตัน 0-2

 

โดยเกมนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ ดร็อปทั้ง อเล็กซิส ซานเชซ และปอล ป็อกบาไว้ข้างสนาม โดยแนวรุกส่ง ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ประสานงานกับ โรเมลู ลูกากู ที่ยืนเป็นหน้าเป้า

 

ส่วนทางฝั่งของ คริส ฮิวจ์ตัน นายใหญ่ “นกนางนวล” วาง ดาวี่ พรอพเพอร์ และปาสกาล โกรสส์ ปั้นเกมหลังแนวรุกทั้ง เยอร์เก้น โลกาเดีย, เลโอนาร์โด้ อูยัว และ โซลลี่ มาร์ช

 

เกมครึ่งแรกเล่นกันค่อนข้างลำบาก ด้วยสภาพสนามที่มีหิมะโปรยตลอดทั้งเกม แม้จะมีโอกาสยิง นาที 4 จาก มาร์กซิยาล และนาที 11 จากจังหวะที่ วาเลนเซีย ครอสไปเสาแรกให้ ลูกากู วอลเลย์แต่บอลก็ยังไม่เข้ากรอบ

 

นาที 29 แมนยู พลาดโอกาสขึ้นนำอีกหน มาร์กซิยาล ทำชิ่งกับ มาต้า ก่อนจังหวะสุดท้ายแนวรุกชาวสเปนจะยิงไปติดแข้งไบรท์ตันออกหลังไป และจากจังหวะเตะมุม มาต้า เปิดมาเสาแรกบอลชุลมุนมาเข้าทาง สมอลลิ่ง ยิงไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

 

นาที 32 ทีมเยือนมีโอกาสยิงเข้ากรอบเป็นหนแรกบ้าง จากจังหวะที่ ลูอิส ดังค์ เอาชนะแม็คโทมิเนย์กลางอากาศทะยานโขกเต็มหัวแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ โรเมโร่ พุ่งปัดออกไป

 

จนแล้วจนรอด หลังบดอยู่นาน นาที 36 “ปีศาจแดง” ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 บอลเริ่มจาก ชอว์ ทางซ้ายหักคืนมาให้ มาติช เปิดด้วยซ้ายเข้าไปในกรอบ 6 หลาให้ ลูกากู ที่หนีตัวประกบขึ้นโขกตุงตาข่าย เป็นประตูที่ 4 ใน 5 เกมล่าสุดของดาวยิงทีมชาติเบลเยียม

 

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ ไบรท์ตัน 1-0

 

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง ผีแดงของ มูรินโญ่ เปลี่ยนตัวคนแรกถอดเอา ลุค ชอว์ ออกแล้วส่ง แอชลี่ย์ ยัง ลงไปเล่นแทน

 

นาที 52 ไบรท์ตัน ที่ครึ่งหลังแก้เกมมาดีขึ้น มีโอกาสได้ลุ้นตีเสมอจากจังหวะที่ เลโอนาร์โด้ อูยัว พักบอลให้ โลกาเดีย ซัดเต็มข้อแต่บอลยังพุ่งไปเข้ามือ โรเมโร่

 

ถัดมาอีก 5 นาที แฟนปีศาจแดงมีเสียวอีก โลกาเดีย ได้ซัดด้วยซ้าย 20 หลาเต็มแรงแต่บอลก็ยังไปโดน โรเมโร่ พุ่งปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

 

เข้าสู่ช่วง 20 นาทีสุดท้าย เจ้าถิ่นเกมรุกยังไม่ดีขึ้น ทำให้ มูรินโญ่ ต้องแก้แท็คติกเปลี่ยนเอา มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงไปเล่นแทน ฆวน มาต้า ที่เล่นไม่ออกในครึ่งหลัง

 

กลายเป็นโอกาสยิงเข้ากรอบหนแรกในครึ่งหลังของเจ้าถิ่น ที่นำห่าง 2-0 ในนาที 84 จากจังหวะที่ แอชลี่ย์ ยัง เปิดฟรีคิกนอกกรอบมาให้ เนมานย่า มาติช โขกสวนตัว ทิม ครูล เข้าไป

 

จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังเอาชนะ ไบรท์ตัน 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศสำเร็จ

 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, เอริก ไบยี่, ลุค ชอว์ – เนมานย่า มาติช, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ – ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล – โรเมลู ลูกากู

ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่

 

ไบรท์ตัน (4-3-3) : ทิม ครูล – เอเซเกล เชล็อตโต้, เชน ดัฟฟี่, ลูอิส ดังค์, มาร์คุส ซุตต์เนอร์ – เบราม คายัล, ดาวี่ พรอพเพอร์ มิ,ปาสกาล โกรสส์ – เยอร์เก้น โลกาเดีย, เลโอนาร์โด้ อูยัว, โซลลี่ มาร์ช

ผู้จัดการทีม : คริส ฮิวจ์ตัน

ผู้ตัดสิน : อังเดร มาริเนอร์

ที่มา : [Siamsport]

มีนาคม 18th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

Leave a Comment

ฟุตบอล ลีก เอิง ฝรั่งเศส

วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม 2561

บอร์กโดซ์ 0 – 2 แรนส์
Bordeaux 0 – 2 Rennes

 

สนาม : สต๊าด มัตมุต-อัตล็องติ๊ก

บอร์กโดซ์ จัด มัลค่อม, กาเอต็อง ลาบอร์กเด้ และ มาร์ติน เบรธเวต เป็น 3 ประสานในแดนหน้า

 

ขณะที่ แรนส์ วางใจ แบงฌาแม็ง บูริโฌด์, วาห์บี คาซรี่ และ อิสไมล่า ซาร์ ปั้นเกมรุกข้างหลัง ดิยาฟรา ซาโก้

 

เริ่มเกมไปได้ 9 นาที เจ้าบ้านทักทายก่อนจากจังหวะของ มัลค่อม ฉวยโอกาสที่ รามี่ เบนเซไบนี่ ทำเสียบอล ก่อนกึ่งยิงกึ่งผ่านหลุดหน้าปากประตูออกไป

 

4 นาทีต่อมา บอร์กโดซ์ เสียโควตาเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง มาร์ติน เบรธเวต เจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว นิโกล่าส์ เดอ เปรวิลล์ ลงไปแทน

 

จากนั้น โอกาสยิงประตูแทบไม่มี ก่อน จบ 45 นาทีแรกไปแบบจืดชืด 0-0

 

กลับมาต่อครึ่งหลัง 4 นาที แรนส์ บุกนำ 1-0 วาห์บี คาซรี่ ลากจากซ้ายตัดเข้ากลางก่อนสับไกยิงเรียด เบอนัวต์ กอสติล พุ่งปัดชนเสากลิ้งหลุนๆ อยู่หน้าประตู อิสไมล่า ซาร์ พุ่งเข้าไปซ้ำจมก้นตาข่าย

 

นาที 50 เจ้าบ้านลุ้นตีเสมอ ยุสซุฟ ซาบาลี่ ได้โอกาสวอลเล่ย์เต็มข้อหลุดกรอบไปไม่ไกล

 

ผ่านมาจนถึง 4 นาทีสุดท้าย ทีมเยือนทิ้งห่าง 2-0 โยอันน์ กูร์กกุฟฟ์ ตัวสำรอง เกี่ยวบอลในเขตโทษฝั่งขวามาเข้าซ้ายแล้วตะบันเสียบเสาไกล

 

ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่ม แรนส์ บุกทุบ บอร์กโดซ์ 2-0

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บอร์กโดซ์ : เบอนัวต์ กอสติล, ยุสซุฟ ซาบาลี่, ปาโบล, ฌูลส์ กุนเด้, มักซิม ปุนเฌ่, ลูคัส เลราเกอร์, ยาโรสลาฟ พลาซิล (ยูนุสส์ ซ็องกาเร่ น.59), ซูอาลิโอ เมอิเต้, มัลค่อม, กาเอต็อง ลาบอร์กเด้ (ฟร็องซัวส์ กามาโน่ น.59), มาร์ติน เบรธเวต (นิโกล่าส์ เดอ เปรวิลล์ น.13)

 

แรนส์ : โทมัส คูเบ็ค, โรแม็ง ด็องเซ่, เฌเรมี่ เฌแล็ง, ยอริส กนาญง, รามี่ เบนเซไบนี่ (ลูโดวิก บาล น.70), แบงฌาแม็ง อองเดร (โยอันน์ กูร์กกุฟฟ์ น.85), แซนยิน เพอร์ซิช, แบงฌาแม็ง บูริโฌด์, วาห์บี คาซรี่, อิสไมล่า ซาร์, ดิยาฟรา ซาโก้ (เจมส์ เลอา ซิลิกี้ น.77)

ที่มา : [Siamsport]

มีนาคม 18th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

Leave a Comment

 

ฆาบี้ การ์เซียเทรนเนอร์ของ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ดยกย่อง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของยุโรปเวลานี้ ขณะเดียวกันก็กล่าวชื่นชมโมฮัมเหม็ด ซาล่าห์แนวรุกทีมชาติอียิปต์

วัตฟอร์ดพ่ายให้ลิเวอร์พูล 5-0 โดยซาล่าห์ทำ 4 ประตูและอีกลูกเป็นผลงานของโรแบร์โต้ ฟีร์เมียโน่

นั่นทำให้ลิเวอร์พูลแซงขึ้นรั้งอันดับที่ 3 ของตารางและทำแต้มทิ้งห่างเชลซีทีมในอันดับที่ 5 ซึ่งมีเกมในมืออีก 1 นัดอยู่ 7 แต้ม

ฟอร์มการเล่นที่สุดยอดดังกล่าวของลิเวอร์พูลที่จะเผชิญหน้ากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกก็ได้รับคำชื่นชมจากการ์เซีย

“เรารู้ว่าเรามีเกมที่ยากและเป็นเกมที่เรียกร้องสูงมาก” การ์เซียกล่าว

“มันเป็นอีกครั้งที่เราเสียประตูเร็วเหมือนอย่างเกมที่แล้วกับอาร์เซน่อล มันเป็นสถานการณ์เดียวกัน”

“จากจุดนั้น มันยากมากๆ เรารู้ว่าเราเล่นกับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของยุโรปในตอนนี้”

“ผมคิดว่าพวกเขาเหนือกว่าเรามาก เราพยายามเล่นกันเป็นทีม”

“เรารู้ว่าพวกเขามีนักเตะที่ดีมากๆและมีทีมที่ดีมากๆด้วย”

“เราพยายามมองหาตัวเลือกที่ดีที่สุด เราต้องเล่นในระดับสูงสุดเท่าที่เราจะทำได้ทว่ามันไม่ใช่ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของเรา”

ต่อซาล่าห์ที่ยิง 4 ประตู การ์เซียก็กล่าวต่อไปว่า “เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในตอนนี้ ผมแสดงความยินดีกับเขาสำหรับช่วงเวลานี้”

“เรารู้ว่าเราเล่นกับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของยุโรปในตอนนี้”

ที่มา : Soccersuck

มีนาคม 18th, 2018

Posted In: ข่าวบอล, ข่าวฟุตบอล

Leave a Comment

หน้าถัดไป »