สมัครสมาชิก แทงบอลออนไลน์

---หรือ---

ลิเวอร์พูล ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดกับภาระกิจลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกที่รอคอยในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ

 

ลิเวอร์พูล ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดกับภาระกิจลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกที่รอคอยในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ

จบไปแล้วทุกคู่กับเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 23 ซึ่งลิเวอร์พูล และแมนฯซิตี้ต่างก็เก็บ 3 แต้มได้ด้วยกันทั้งคู่ โดยลิเวอร์พูลแข่งก่อนและสามารถเอาชนะ คริสตัลพาเลช ในบ้านไปได้แบบหืดจับ 4-3 ถือว่าเป็น 3 คะแนนที่ล้ำค่าเพื่อนำเป็นจ่าฝูงต่อด้วยช่องว่างคะแนนเท่าเดิมที่ 4 แต้ม

จุดที่น่าสังเกตคือ หลายสัปดาห์มานี้เราได้เห็นจุดอ่อนและจุดแข็งของลิเวอร์พูลมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นห้วงเวลาที่หงส์แดงเก็บคะแนนได้แบบชนิดที่แฟนๆต้องลุ้นกันแบบใจหายใจคว่ำกันเลยทีเดียว ที่สำคัญทำเอาแฟนบอลเฉพาะกิจต้องน้ำตาตกไปตามๆกัน เกมกับ คริสตัลพาเลช ถือว่าเป็นเกมแรกที่ ลิเวอร์พูล เสียประตูไปถึง 3 ลูกซึ่งมากที่สุดในฤดูกาลนี้เลย เพราะฉะนั้นช่วงเวลานี้ถือว่าสำคัญมากกับภารกิจการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกหรือลีกสุงสุดของประเทศอังกฤษครั้งที่ 19 ที่พวกเขารอคอยมาอย่างยาวนานถึง 28 ปี หรือเกือบ 3 ทศวรรษกันเลย

ลิเวอร์พูลเคยเข้าใกล้แชมป์มากที่สุดก็คือในยุคของการคุมทีมโดย เบรนแดน ร็อดเจอร์ส โค้ชชาวไอร์แลนด์เหนืออดีตนักฟุตบอลและโค้ชทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ เมื่อฤดูกาล 2013-14 โดยในช่วงท้ายของฤดูกาลสามารถทำสถิติชนะรวดติดต่อกันมากถึง 11 นัด และ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าของทีมในขณะนั้นก็เป็นผู้เล่นที่ยิงประตูได้มากที่สุดในลีก ทำให้เป็นทีมมีคะแนนเป็นอันดับหนึ่งของตารางคะแนน

แต่ทว่าในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นสุดฤดูกาล ลิเวอร์พูล พลาดท่าแพ้ต่อ เชลซี ที่นำทีมโดยมูริญโญ่ในขณะนั้น และที่สำคัญและที่เป็นไคลแม็กซ์ก็คือเกมที่เสมอต่อ คริสตัลพาเลซ 3-3 (ทีมล่าสุดที่เจอกันนั่นเอง) ทำให้ แมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่มีคะแนนเป็นอันดับสอง แต่แข่งน้อยกว่าหนึ่งนัด สามารถแซงหน้าและได้แชมป์ไปในที่สุด ด้วย 86 คะแนน ขณะที่ลิเวอร์พูลทำได้ 84 คะแนน จบฤดูกาลลงด้วยอันดับที่สองแบบน่าเสียดาย

ปฎิเสธไม่ได้ว่า ลิเวอร์พูล ชุดปัจจุบันที่ทำทีมโดย เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมากกว่าทุกครั้ง เพราะพวกเขาเล่นได้ครบเครื่องลงตัวที่สุดกว่าทุกชุดในรอบเกือบ 30ปี แม้ไม่ง่ายนักเพราะในยุคปัจจุบันนั้นมีการแข่งขันกันสูง เงินคือตัวแปรที่จะซื้อความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว มหาเศรษฐีหลายคนสนใจและเข้าซื้อหุ้นและลงทุนกับทีมฟุตบอลมากขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบฟุตบอลเปลี่ยนไป ซึ่งลิเวอร์พูลอาจจะมีการลงทุนในระดับที่พอเหมาะ แต่พวกเขาก็ไม่ใช่ทีมเงินถุงเงินถังระดับท็อปของลีก แต่ลิเวอร์สร้างทีมโดยใช้ความอดทนและปรับแก้ไขไปทีละจุด จนเป็นลิเวอร์พูลที่ครบเครื่องลงตัวและบินสูงติดลมบนอยู่ในขณะนี้

ต่อไปเรามาดู 6 องค์ประกอบหลักที่สำคัญที่จะทำให้ลิเวอร์พูลไปถึงฝั่งฝันได้ในปีนี้

1 คีย์แมนที่สำคัญในแนวรุก
สามประสานในแดนหน้าของลิเวอร์พูลที่มี ซาดิโอ มาเน, โรแบร์โต เฟอร์มิโน และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ถือว่าทำให้ลิเวอร์พูลค้นพบทีมที่มีเกมรุกที่ลงตัว ซึ่งในฤดูกาลก่อน พวกเขาช่วยกันทำประตูรวมกันได้มากถึง 91 ลูก หากนับรวมทุกรายการ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงเข้าขั้นเทพกันเลย การสอดประสานกันของทั้งสามคนเข้าขารู้ใจกันอย่างน่าเหลือเชื่อโดยคนที่เป็นหัวใจหลักผู้คอยเชื่อมการเล่นของพวกเขาออกมาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดก็คือ โรแบร์โต เฟอร์มิโน ที่ได้รับบทบาทเป็นหน้าเป้าที่ลงต่ำมาปั้นเกมเพื่อสนับสนุนคนอื่นๆ โดยให้ ซาลาห์ กับ มาเน่ คอยกระชากลากเลื้อยหรือรอจบสกอร์ในจังหวะสุดท้าย หากสามคนนี้ยังรักษาฟอร์มการเล่นเอาไว้ได้ต่อเนื่อง รวมถึงไม่เจ็บยาว ไม่ป่วยไข้ รับรองว่าจะพา หงส์แดง สยายปีกทะยานขึ้นคว้าแชมป์ได้แน่นอน

2 แนวรับกับการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด
แนวรับของ ลิเวอร์พูล แข็งแกร่งมากขึ้นนับตั้งแต่ได้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังทีมชาติฮอลแลนด์เจ้าของสถิติค่าตัวกองหลังแพงที่สุดในโลกมาอุดแนวรับ แต่ที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้ตรงจุดในปีนี้ก็คือการมาของ อลิสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียน เจ้าของค่าตัวมหาศาล 67 ล้านปอนด์ ซึ่งสามารถสร้างความมั่นใจให้กับเหล่าพลพรรคหงส์แดง ทำให้พวกเขาสามารถเดินเกมรุกได้อย่างเต็มตัวโดยไม่ต้องคอยพะวงหลังเฉกเช่นเดิม ส่วน แบ็กทั้งสองฝั่งก็ทำผลงานกันได้ดีทั้ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่มีแรงวิ่งขึ้น-ลง ช่วยเกมรุก-รับได้อย่างไม่มีหมดพลังด้วย

3 คล็อปป์ คือกุญแจสำคัญ
กุญแจที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เกมของ ลิเวอร์พูล ขับเคลื่อนไปสู่หนทางข้างหน้าอย่างมั่นคงและสวยงามก็คือ เจอร์เกน คล็อปป์ โค้ชมากฝีมืออดีตผู้เคยนำดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีกาเยอรมัน ตบหน้าบาเยิร์นที่ผูกขาดแชมป์ลีกไว้ได้อย่างยิ่งใหญ่ สไตล์การเล่นคือการดึงเอาแท็คติก เกเก้น+เพรสซิ่ง ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับ ดอร์ทมุนด์ มาใช้ที่แอนฟิลด์ ด้วยรูปแบบการเล่นที่ว่านี้ ไม่ใช่ว่าจะเอาไปใช้กันได้ง่าย ๆ นอกเสียจากจะเข้าใจอย่างถ่องแท้จริง ๆ จนมีระบบการฝึกเฉพาะแบบเพื่อให้ดึงศักยภาพของแท็คติกออกมาจนถึงขีดสุด นับตั้งแต่วันที่ คล็อปป์ เข้ามารับงานกุนซือเมื่อเดือน ตุลาคม ปี 2015 เขาก็เปลี่ยนแปลง ลิเวอร์พูล ให้ดูดีขึ้นเรื่อยๆแบบมีทิศทางที่ดี
จนวันนี้เขาสร้าง ลิเวอร์พูล แข็งแกร่งมากพอที่จะต่อสู้เพื่อลุ้นแชมป์ได้อย่างจริงจังแล้ว ฉะนั้นหากใครยังจำภาพที่ กุนซือเฮฟวีเมทัลสวมหมวกแก๊ปสีเหลืองชูถาดแชมป์บุนเดสลีกากันได้อยู่ คราวนี้เราอาจได้เห็น คล็อปป์ สวมหมวกทรงเดียวกันแต่เปลี่ยนเป็นสีแดงชูถ้วยพรีเมียร์ลีกบ้างก็เป็นได้

5 กองกำลังเสริม
การมาของ ซากิรี่ ทำให้ เจอเก้น คล็อปป์ มีทางเลือกที่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกเกมรุกได้ตลอดเวลา หลายนัดที่ตัวหลักในแนวรุกนัดกันผิดฟอร์ม การส่ง ซากิรี่ ลงไปแล้วมักจะเปลี่ยนเกมจนได้ผลตลอด ส่วนตัวอื่นๆ ก็สามารถทดแทนตัวจริงได้ทุกตำแหน่ง ไล่ตั้งแต่ตำแหน่งนายทวารมี ซิมง มิโญเล่ต์ เป็นตัวสำรองของ อลีสซง ส่วนกองหลังก็มีทั้ง โฌแอล มาติป, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ และ นาธาเนียล ไคลน์ เป็นอะไหล่ ส่วนแดนกลางมีตัวเลือกมากมายที่พร้อมลงมาเป็นตัวจริงทั้ง ฟาบินโญ่ ,อดัม ลัลลาน่า และ ชากีรี่ ขณะที่กองหน้าก็มี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นทางเลือกที่ไว้ใจได้ ทำให้แฟนบอลไม่ต้องกลัวว่าทีมจะมีปัญหาหากใครได้รับบาดเจ็บ

6 การยอมสละโปรแกรมที่เป็นอุกสรรคต่อการคว้าแชมป์
เจอเก้น คล็อปป์
ประกาศออกสื่อว่าพวกเขาต้องการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกมากกว่าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ก่อนเกมที่จะออกไปเยือน เปแอสเช นัดที่ 5 ของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งการจัดทัพวันนั้นเขาก็ทำอย่างที่พูดไว้จริงๆ เมื่อพักแกนหลักไว้เพื่อเจอกับเชลซีมากกว่า ซึ่งทำให้พ่ายแพ้ไปในที่สุด แต่ก็ยังดีที่เกมสุดท้ายสามารถชนะจนเอาตัวรอดและผ่านเข้ารอบไปได้ เช่นเดียวกับเกม คาราบาวคัพ หรือ เอฟเอคัพ ที่ส่งชุดสำรองลงเล่นก็จริง แต่ก็เล่นแบบระมัดระวังตัวเพื่อป้องกันไม่ให้อะไหล่เสริมต้องได้รับบาดเจ็บไปด้วย และผลก็เป็นตามคาดที่พวกเขาตกรอบไปแล้วทั้งหมดในบอลถ้วยภาในประเทศ ตรงนี้ทำให้เห็นเด่นชัดแล้วว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกเท่านั้นที่พวกเค้าต้องการ

7 เทพีแห่งโชค
คุณสมบัติของทีมที่จะได้ลุ้นแชมป์นั้นไม่ใช่เพียงแค่เก่งอย่างเดียว แต่ต้องมีความเฮงเข้ามาบวกท้ายด้วย  ซึ่งในฤดูกาลนี้มีหลายนัดที่เทพีแห่งโชคคอยเข้าข้างพวกเค้า ยกตัวอย่างเช่น นัดที่เสมอ แมนฯซิตี้ ในบ้าน 0-0 โดยพวกเขาโดนลูกโทษในนาทีสุดท้าย แต่ แมนฯซิตี้ ก็ยิงพลาด ทำให้สามารถแบ่งแต้มและเป็นการไม่ให้แมนฯซิตี้ทำแต้มห่างออกไปอีก อีกเกมที่แข่งกับ เชลซี โอกาสที่ ลิเวอร์พูล จะแพ้เป็นนัดแรกมีสูงเช่นกัน ในขณะที่สกอร์ตามหลังอยู่ เกมรุกทำอะไรก็ดูตีบตันไปหมด แต่แล้วในช่วงนาทีสุดท้าย แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ก็ยิงลูกผีจับยัดเข้าเป็นประตูตีเสมอ จนสามารถแบ่งแต้มไว้ได้สำเร็จ หรือแม้กระทั่งเกมเมอร์ซี่ไซย์ดาร์บี้แมตซ์ กับ เอฟเวอร์ตัน ซึ่ง ลิเวอร์พูล กำลังจะเสมอในบ้านอยู่มะรอมมะร่อเต็มทีแล้ว เมื่อเข้าสู่วินาทีสุดท้ายของช่วงทดเจ็บ ฟานไดจ์ ที่ตั้งใจยิงลูกบอลให้เข้ากรอบประตู แต่ลูกกลับแป็กโด่งจะออกหลังอยู่แล้ว แต่แล้วความผิดพลาดเพียงแค่ครั้งเดียวของนายทวารดีกรีทีมชาติอังกฤษก็เกิดขึ้น ที่หากปล่อย ลูกบอลก็จะออกหลัง หรือหากจะปัดให้ออกหลังก็จะเสียแค่เตะมุม แต่เขาพยายามจะรับลูก แต่ผิดพลาดที่บอลเปลี่ยนทิศจนลอยมาเข้าหัวโอริกิโหม่งเป็นประตูที่แสนจะเจ็บปวด นี่แค่ยกตัวอย่าง ยังมีอีกหลายนัดที่เทพีแห่งโชคคอยเข้าข้างลิเวอร์พูลอยู่เสมอ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ทีมใดทีมหนึ่งที่สมบูรณ์พร้อมสุดๆ ไม่สามารถเข้าป้ายแชมป์ได้ก็คือการขาดโชคนั่นเอง

 

นี่คือเหตุผลหลักที่จะทำให้ ลิเวอร์พูล สามารถเข้าป้ายแชมป์ที่รอคอยไว้ได้สำเร็จ เหลือระยะทางอีก 15 นัด ที่แฟนหงส์แดงทั่วโลกจะได้รู้กันแล้ว ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นเรื่องจริงที่สามารถจับต้องได้

-บูมเมอแรง-